กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

Clostridium Difficile (C. Diff)

เผยแพร่ครั้งแรก 25 ก.พ. 2017 อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • Clostridium difficile หรือเรียกกันย่อๆ ว่า C. diff เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ปล่อยสารพิษออกมา ก่อให้เกิดอาการท้องเสียและลำไส้ใหญ่อักเสบที่ร้ายแรงถึงขั้นชีวิต แต่สำหรับผู้มีสุขภาพแข็งแรงหากติดเชื้อ C. Diff ตัวแบคทีเรียจะไปสร้างโคโลนีอยู่ในลำไส้ โดยไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ
  • เชื้อ C. Diff จะพบในอุจจาระ และติดต่อได้ง่ายผ่านอาหาร ผิวสัมผัส และสิ่งของที่ปนเปื้อน นอกจากนี้แบคทีเรียชนิดนี้ยังผลิตสปอร์ที่ทนต่อความร้อนและกรด ทำให้เชื้อสามารถคงอยู่ในสภาพแวดล้อมได้เป็นเวลานาน
  • การใช้ยาปฏิชีวนะในบางกรณี เช่น การรักษาโรคติดเชื้อเป็นเวลานาน จะสามารถทำลายเชื้อในภาวะปกติของลำไส้ ทำให้ C. diff เจริญเติบโตมากเกินไป ก่อให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้
  • การรักษาโรคติดเชื้อ C. diff จำเป็นต้องเริ่มด้วยการหยุดยาปฏิชีวนะทุกตัวที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ในกรณีที่พบได้ไม่มากนักสามารถปล่อยให้จุลินทรีย์ในลำไส้รักษาตัวเองและหยุดภาวะท้องเสียที่ตามมา นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะและการปลูกอุจจาระ ซึ่งได้ผลในการรักษาดี
  • ปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ

Clostridium difficile หรือเรียกกันย่อๆ ว่า C. diff เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ปล่อยสารพิษออกมา ก่อให้เกิดอาการท้องเสียและลำไส้ใหญ่อักเสบที่ร้ายแรงถึงขั้นชีวิต C. diff มักถูกรวมเข้าไปในกลุ่ม superbug เพราะดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายตัว ทำให้ยากต่อการรักษา 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention) จัดให้ C. diff เป็นหนึ่งในเชื้อที่ดื้อยามากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

การติดเชื้อ C. Diff เกิดขึ้นได้อย่างไร

เชื้อ C. Diff จะพบในอุจจาระ และติดต่อได้ง่ายผ่านอาหาร ผิวสัมผัส และสิ่งของที่ปนเปื้อน นอกจากนี้แบคทีเรียชนิดนี้ยังผลิตสปอร์ที่ทนต่อความร้อนและกรด ทำให้เชื้อสามารถคงอยู่ในสภาพแวดล้อมได้เป็นเวลานาน 

การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ปนเปื้อน หรือการนำนิ้วมือที่ไม่ได้ล้างและเอาเข้าปากหลังไปสัมผัสพื้นผิว หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนอาจทำให้ C. diff ไม่ว่าจะเป็นตัวเชื้อ หรือสปอร์เข้าไปในร่างกายได้ 

ในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงนั้น หากติดเชื้อ C. Diff ตัวแบคทีเรียจะไปสร้างโคโลนีอยู่ในลำไส้ โดยไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ 

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า การใช้ยาปฏิชีวนะในบางกรณี เช่น การรักษาโรคติดเชื้อเป็นเวลานาน จะสามารถทำลายเชื้อในภาวะปกติของลำไส้ ทำให้ C. diff เจริญเติบโตมากเกินไป ก่อให้เกิดการติดเชื้อตามมา

ยาปฏิชีวนะที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดการติดเชื้อ C. diff ได้แก่

รีวิวเรื่อง C. diff ฉบับเดือนเมษายน ค.ศ. 2015 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร NEJM พบว่า ยาปฏิชีวนะทุกตัวล้วนมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ C.difficile ในผู้สูงอายุ ผู้ที่รับเคมีบำบัด และผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง จะมีความเสี่ยงติดเชื้อ C. diff มากขึ้น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 99 บาท ลดสูงสุด 96%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

อาการแสดงของ C. Diff

การติดเชื้อ C. diff มักจะแสดงอาการ ดังนี้

ในกรณีรุนแรงอาจพบอาการต่อไปนี้

การติดเชื้อนี้อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ โรคลำไส้โป่งพอง(toxic megacolon ทำให้ลำไส้ใหญ่กว้างขึ้น) โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณของการเกิดการติดเชื้อในภาวะพิษเหตุติดเชื้อขั้นรุนแรง

การรักษาโรคติดเชื้อ C. Diff

การรักษาโรคติดเชื้อ C. diff จำเป็นต้องเริ่มด้วยการหยุดยาปฏิชีวนะทุกตัวที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ในกรณีที่พบได้ไม่มากนักสามารถปล่อยให้จุลินทรีย์ในลำไส้รักษาตัวเอง และหยุดภาวะท้องเสียที่ตามมา 

  • การรักษาด้วยยา อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ 1 ใน 3 ตัวที่ยังคงใช้กับแบคทีเรียชนิดนี้ได้ ได้แก่ Metronidazole ที่สามารถใช้รักษาการติดเชื้อ C. diff ระดับต่ำถึงปานกลาง ในขณะที่ vancomycin หรือ fidaxomicin มักใช้ในกรณีที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้การติดเชื้อซ้ำของ C. diff จะเกิดในประมาณ 20 เปอร์เซนต์ของผู้ที่รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเหล่านี้ 
  • การปลูกอุจจาระ จะนำอุจจาระของบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงมาปลูกในลำไส้ใหญ่ของผู้ติดเชื้อ C. diff นับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับผู้ติดเชื้อ C. diff ซ้ำๆ จากรีวิว NEJM ในการศึกษาในเดือนพฤษภาคม 2015 ที่รายงานในวารสาร Journal of the American Medical Association (JAMA) ชี้ว่า การสร้างโคโลนีของ C. diff สายพันธุ์ที่ไม่สร้างพิษอาจช่วยป้องกันการเกิดการติดเชื้อซ้ำของเชื้อ C. diff สายพันธ์ที่สร้างพิษได้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคยังถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะง่ายและสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตนเอง ได้แก่ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หมั่นล้างมืออย่างถูกวิธีบ่อยๆ ทั้งก่อน หลังรับประทานอาหาร รวมทั้งหลังการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารไม่ค้างคืน และดื่มน้ำที่สะอาด 

นอกจากนี้ภาชนะที่ใช้ในการรับประทานอาหาร จาน ชาม ช้อน หรือแก้วสำหรับดื่มน้ำก็ต้องสะอาดปราศจากการปนเปื้อนเชื้อด้วยเช่นกัน

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


12 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Clostridium Difficile Infection (CDI). The American Association for the Surgery of Trauma. (Available via: https://www.aast.org/clostridium-difficile-infection-cdi)
Clostridioides (Clostridium) Difficile Colitis: Practice Essentials, Background, Pathophysiology. Medscape. (Available via: https://emedicine.medscape.com/article/186458-overview)
C. diff: Symptoms, Causes, Transmission, Treatment & More. Healthline. (Available via: https://www.healthline.com/health/what-is-c-diff)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเดียวกันในช่วงๆเวลาใกล้กันได้หรือไม่คะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เชื้อ HPV เกิดขึ้นได้อย่างไร และสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ถ้าได้..สามารถตรวจเช็คได้ทางไหนบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
เรื่องความเข้มข้นของเลือดในการบริจาคเลือดค่ะ เคยบริจาคได้ แต่สองสามปีมานี้ ทั้งพักผ่อน อกล ก็ยังไม่สามารถบริจาคเลือดได้ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)