กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

8 วิธีดูแลผิวสำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไป

เผยแพร่ครั้งแรก 5 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
8 วิธีดูแลผิวสำหรับคนวัย 50 ปีขึ้นไป

วัยทองสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผิวมากมาย นอกจากร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลงแล้ว ไขมันใต้ผิว และความยืดหยุ่นของผิวก็จะลดลงเช่นกัน และเมื่อมารวมกับปัญหาผิวแห้งกร้านที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มันก็สามารถทำให้ผิวของคุณหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณคอ สันกราม และแก้ม ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะพบว่าริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่นได้เริ่มมาเยี่ยมเยือน ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากวิธีดูแลผิวที่เหมาะกับคนที่มีอายุเกิน 50 ปีค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1. ใช้คลีนเซอร์ให้เหมาะสม

การทำความสะอาดใบหน้าถือเป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น ซึ่งผิวของคุณจะแห้งกว่าสมัยสาวๆ ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสำหรับผิวที่แห้งขึ้น โดยให้คุณเลือกใช้คลีนเซอร์สูตรเนื้อครีมแทนสูตรที่เป็นเนื้อโฟมหรือเจล เพราะมันจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ประจำเดือนหมด มีอาการวัยทอง ร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ…Hervita อาจช่วยได้!!!

ซื้อผ่าน HD ประหยัดกว่า / ราคาพิเศษสำหรับ นศ. / ผ่อน 0% / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

2. เติมความชุ่มชื้น

หลังจากผ่านพ้นช่วงวัยทอง ผิวของคุณจะแห้งมากขึ้น เพราะต่อมไขมันจะทำงานได้แย่กว่าเดิม ทั้งนี้ให้คุณเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวโดยใช้ครีมที่มีเนื้อหนักขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเป็นเวลานานหรืออาบน้ำร้อน และทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์เมื่อผิวยังคงมีความชื้น

3. ใช้ครีมกันแดด

แม้ว่าโรคมะเร็งผิวหนังและริ้วรอยจะเกิดขึ้นจากปริมาณของแสงอาทิตย์ที่สะสมตั้งแต่ช่วงวัย 20 - 49 ปี แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องปกป้องผิวจากแสงแดดค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการปกป้องผิวตามธรรมชาติของเราก็จะน้อยกว่าตอนอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาว ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดทุกวัน โดยให้เลือกสูตรที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

4. จัดการกับจุดด่างดำ

เมื่ออายุมากขึ้น จุดด่างดำที่เกิดตามใบหน้า มือ และหน้าอกจะดูชัดเจนในช่วงวัยทอง ซึ่งคุณสามารถป้องกันโดยใช้ครีมกันแดดทุกวัน แต่หากมีจุดด่างดำเกิดขึ้นแล้ว ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและตกสะเก็ด นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสก็สามารถช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ ในขณะที่โทนเนอร์มีคุณสมบัติช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ

5. รับประทานถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารประกอบในพืชที่ทำหน้าที่เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ทั้งนี้ไอโซฟลาโวนอาจช่วยบรรเทาปัญหาผิว และนักวิจัยเชื่อว่าการทานไอโซฟลาโวนประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยบรรเทาปัญหาอื่นๆ ที่พบในผู้หญิงวัยทองเช่นกัน

6. อย่าเครียด

ความเครียดสามารถทำให้ผิวแห้งและบอบบางมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน  นอกจากนี้ถ้าคุณเครียด คุณอาจไม่มีอารมณ์ปรนนิบัติผิวหรือดูแลตัวเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรกำจัดความเครียดให้หมดไป สำหรับวิธีที่ช่วยคลายเครียด หรือทำให้คุณสงบลงก็ได้แก่การฝึกโยคะหรือการนั่งสมาธิ

7. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยให้กล้ามเนื้อตึงตัวเท่านั้น แต่มันยังช่วยคลายเครียด ซึ่งมีผลต่อผิวตามที่เรากล่าวไป อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะชะลอตัวเมื่อเราอายุมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนที่มากขึ้นสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสและดูมีสุขภาพดี

8. นอนให้เพียงพอ

การนอนให้เพียงพอสามารถช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา อย่างไรก็ตาม การนอนไม่เพียงพอสามารถทำให้ระดับของฮอร์โมนในร่างกายและเมทาบอลิซึมเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับเมื่อคุณแก่ชรา ดังนั้นคุณควรนอนให้ได้วันละ 7 – 9 ชั่วโมงต่อคืน

เมื่ออายุมากขึ้น เป็นเรื่องปกติที่ผิวของเราก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพ ผิวที่เต่งตึง และดูเปล่งปลั่งก็จะค่อยๆ เหี่ยวย่นและแห้งกร้าน หากคุณอยู่ในช่วงวัยทอง และรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับปัญหาผิวดังกล่าว การทำตามวิธีที่เรากล่าวไปก็พอจะช่วยบรรเทาปัญหาผิวได้


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Beauty Over 50: Skin & Hair Tips for Senior Women. WebMD. (https://www.webmd.com/beauty/women-over-50-natural-beauty-tips#1)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
อาการร้อนวูบวาบ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
อาการร้อนวูบวาบ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

หากเคยรู้สึกเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว บางครั้งก็เหงื่อออกเยอะ หรือรู้สึกกระวนกระวาย นั่นคืออาการร้อนวูบวาบที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

อ่านเพิ่ม