กองบรรณาธิการ HD
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD

เคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนเริ่มดีท็อกซ์

แนะนำวิธีเตรียมตัวก่อนทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีการรับประทานอาหาร
เผยแพร่ครั้งแรก 29 ธ.ค. 2016 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
เคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนเริ่มดีท็อกซ์

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การทำดีท็อกซ์สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสวนล้างลำไส้ การรับประทานอาหารที่กระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบขับถ่าย และการอดอาหาร
  • การทำดีท็อกซ์ด้วยการรับประทานอาหารจะต้องเริ่มจากการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร และค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มคาเฟอีนลง เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น เวียนศีรษะ ท้องผูก หรือท้องอืด
  • น้ำ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรืออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • หากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคต่างๆ อยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการทำดีท็อกซ์ ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีการสวนล้างลำไส้

การทำดีท็อกซ์ (Detox) เป็นหนึ่งในวิธีล้างสารพิษออกจากร่างกายที่ผู้คนนิยมทำกันในสมัยนี้

การทำดีท็อกซ์สามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่นิยมทำกัน คือ การสวนล้างลำไส้ การรับประทานอาหารที่กระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบขับถ่าย และการอดอาหาร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

อย่างไรก็ตามควรศึกษาข้อมูลต่างๆ เช่น วิธีการทำดีท็อกซ์ที่ถูกต้อง หรือข้อควรระวังในการทำดีท็อกซ์ ก่อนทำดีท็อกซ์ เพื่อความปลอดภัยในการกำจัดสารพิษ โดยในบทความนี้จะเน้นไปที่การทำดีท็อกซ์ด้วยการรับประทานอาหาร

5 ข้อควรรู้ก่อนทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีการรับประทานอาหาร

1. ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร

การปรับเปลี่ยนการรับประอาหารทันที อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ เช่น เวียนศีรษะ ท้องอืด หรือท้องผูก

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการดังกล่าว แนะนำให้ค่อยๆ ลดปริมาณการรับประทานอาหารกลุ่มที่ต้องการดีท็อกซ์ทีละนิด ในช่วงระยะเวลา 3-5 วัน โดยเฉพาะอาหารที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ น้ำตาล น้ำตาลเทียม หรือไขมันทรานซ์

ในระหว่างนั้นให้เพิ่มการรับประทานอาหารประเภทผักสด หรือผักนึ่งพอสุกเข้าไปแทน

2. ป้องกันอาการขาดคาเฟอีนด้วยการดื่มชาแทนกาแฟ

ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ อาจมีอาการปวดศีรษะ เพลีย หรืออาการผิดปกติอื่นๆ จากการขาดคาเฟอีนได้ เพื่อป้องกันอาการดังกล่าว ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ค่อยๆ ลดปริมาณคาเฟอีนลง ก่อนเริ่มต้นการทำดีท็อกซ์
  • ค่อยๆ เปลี่ยนไปดื่มกาแฟชนิดที่มีคาเฟอีนต่ำ (Decaffeinated coffee) เช่น ผสมกาแฟปกติ 75% กับกาแฟชนิดคาเฟอีนต่ำ 25% แล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนของกาแฟคาเฟอีนต่ำจนแทนกาแฟปกติได้ในที่สุด
  • เปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีคาเฟอีนต่ำ เช่น ชาเขียว ชาขาว ชามัทฉะ หรือชาอู่หลง
  • หากยังติดรสขมของกาแฟ อาจลองเปลี่ยนไปดื่มกาแฟสมุนไพรที่ไม่มีคาเฟอีนได้

3. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

น้ำ เป็นองค์ประกอบหลักของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

ผู้ที่ดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้มีอาการท้องผูก เกิดสิวเสี้ยวบนผิวหน้า ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น ปากแห้ง และเกิดการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะได้

ดังนั้นในช่วงที่ต้องการทำดีท็อกซ์ ก็ควรเริ่มจากการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้การกำจัดของเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่างกายจะกำจัดของเสียออกทางปัสสาวะนั่นเอง

ปริมาณที่แนะนำในการดื่มน้ำต่อวันคือ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือใช้สูตรในการคำนวณง่ายๆ โดยการใช้น้ำหนักตัว (กก.) /30 เท่ากับจำนวนลิตรต่อวัน

4. เตรียมตัวช่วยในการล้างพิษ

ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษออกทางผิวหนังได้ การทำสปาผิว ขัดผิว หรืออบสมุนไพร จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดสารพิษให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายในระหว่างการกำจัดสารพิษ แนะนำให้ใส่น้ำมันหอมระเหยในอ่างอาบน้ำ หรือนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย เช่น น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ (Lavender oil) ที่มีสรรพคุณช่วยให้สงบ และลดอาการปวดศีรษะจากการขาดคาเฟอีนได้

5. รู้ว่าสิ่งใดห้ามหยุด

ห้ามหยุดยาใดๆ ระหว่างการดีท็อกซ์ด้วยการรับประทานอาหาร เพราะการหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรึกษาเภสัช สั่งยา ฟรีค่าส่งทั่วประเทศ*

แชทกับเภสัชกรฟรี! 9 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน พร้อมรับส่วนลดค่ายา 5% HDmall ออกค่าส่งให้สูงสุด 40 บาท

ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องรับประทานยาต่อเนื่อง เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำดีท็อกซ์

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระบบการทำงานในร่างกาย การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ หลากหลาย มีผักสดและผลไม้มากๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ

ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือไขมันสูง ก็นับได้ว่าเป็นการดีท็อกซ์ร่างกายแล้ว

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีการสวนล้างลำไส้ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ. พิมลพรรณ พิทยานุกุล, น้ำดื่มและการชะลอวัย (https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge-article-info.php?id=340#:~:text=ประโยชน์สำคัญยิ่งของการ,ผิวหนังได้อีกทางหนึ่ง).
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พิมลพรรณ พิทยานุกุล, ดีท็อกซ์ลำไส้ ล้างพิษ ให้คุณหรือให้โทษ (https://miti.mahidol.ac.th/KNOWLEDGE/FILES/0201.pdf).
รองศาสตราจารย์ นพ.สถาพร มานัสสถิตย์, การทำดีท็อกซ์ดีจริงหรือ (https://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=129).

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป