วริษา ศรีเปลี่ยนจันทร์
เขียนโดย
วริษา ศรีเปลี่ยนจันทร์

อยากลดเหนียง มีวิธีอะไรบ้าง

รวมวิธีลดเหนียง กำจัดไขมันส่วนเกินใต้คางเพื่อเสริมความมั่นใจ
เผยแพร่ครั้งแรก 10 ก.ย. 2020 อัปเดตล่าสุด 29 มี.ค. 2021 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
อยากลดเหนียง มีวิธีอะไรบ้าง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • เหนียงเป็นไขมันส่วนบริเวณลำคอที่ไม่มีใครต้องการ วิธีกำจัดเหนียงโดยหลักๆ แบ่งออกได้ 2 วิธีใหญ่ๆ คือ วิธีลดเหนียงด้วยตนเอง กับวิธีลดเหนียงด้วยการแพทย์ และศัลยกรรม
  • วิธีลดเหนียงด้วยตนเองจะเป็นการลดน้ำหนักผ่านการคุมอาหาร และออกกำลังกายเพื่อให้ปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายลดลง รวมถึงบริเวณลำคอ นอกจากนี้ยังมีท่าบริการบริเวณลำคอและคางที่จะช่วยให้เหนียงที่หย่อนยานกระชับตึงมากขึ้นด้วย
  • วิธีลดเหนียงด้วยการแพทย์และศัลยกรรมจะเป็นกระบวนการเกี่ยวกับความงาม เช่น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อยกกระชับใบหน้า การฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมัน การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า การใช้คลื่นความถี่เข้ายกกระชับใบหน้าอย่างการทำเทอร์มาจ การทำไฮฟู่
  • การลดเหนียงด้วยการแพทย์และศัลยกรรมควรทำผ่านคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่การลดเหนียงที่ได้ผลดี และคงอยู่ได้ระยะยาวที่สุดคือ การลดเหนียงด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันในร่างกาย
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจทำ Thermage 

เมื่อพูดถึง “เหนียง” หลายคนต้องไม่ปลื้มเจ้าส่วนเกินบริเวณลำคอส่วนนี้แน่นอน เพราะจะทำให้ใบหน้าดูอ้วน ไม่เรียวสวยตามที่ต้องการ เหนียงยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้เวลาถ่ายรูป ต้องปรับมุมใบหน้านานขึ้นเพื่อปกปิดไม่ให้เห็นเหนียง

วิธีกำจัดเหนียงมีอยู่หลายวิธี ทั้งวิธีทางธรรมชาติและการทำศัลยกรรมความงามซึ่งมีอยู่หลากหลาย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ศัลยกรรมใบหน้า วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 6,879 บาท ลดสูงสุด 78%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

รวมวิธีลดเหนียง

วิธีที่สามารถลดเหนียงและทำให้ผิวบริเวณใต้คางตึงกระชับแบ่งออกได้ 2 วิธี คือ วิธีลดเหนียงด้วยตนเอง และวิธีลดเหนียงด้วยการแพทย์และศัลยกรรม

วิธีลดเหนียงด้วยตนเอง

1. การลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักผ่านการควบคุมอาหารและออกกำลังอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที เป็นประจำจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายให้หายไป และทำให้ร่างกายกระชับมากขึ้น รวมไปถึงส่วนบริเวณใบหน้าด้วย

หลายคนจะสังเกตว่า นอกจากขนาดตัวของผู้ที่ลดน้ำหนักจะเล็กลงแล้ว บางคนนั้นก็มีใบหน้าเรียวลงตามไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นส่วนเกินบริเวณลำคอที่เรียกกันว่า เหนียง ก็จะตึงกระชับมากขึ้น

การควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักถือเป็นวิธีการลดเหนียงที่ให้ผลลัพธ์ยืนยาวที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีเสริมความงามอื่นๆ เพราะเป็นการยกกระชับส่วนเกินของร่างกายด้วยการเผาผลาญไขมันของร่างกายเอง ทั้งยังทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย

เริ่มต้นลดน้ำหนักตั้งแต่วันนี้ไม่ว่าจะลดด้วยตนเอง หรือสมัครคอร์สลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล ก็ถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในวันหน้า

ข้อควรระวังในการลดเหนียงด้วยการลดน้ำหนัก

สำหรับการลดเหนียงด้วยการลดน้ำหนัก สิ่งที่จะต้องระวังคือ การไม่หักโหมออกกำลังกายหนักเกินไป หรืออดอาหารอย่างหนัก เพราะอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และได้รับบาดเจ็บได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำ Thermage วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 970 บาท ลดสูงสุด 90%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

อีกทั้งต้องเข้าใจว่า การเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไปจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังแต่ครั้งที่มากพอ เช่น อย่างน้อย 30 นาที และความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย 

ดังนั้นการลดเหนียงด้วยวิธีนี้จึงต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่างน้อยวิธีนี้ก็มีข้อดีคือ ร่างกายจะแข็งแรงขึ้นและไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเติมสารเคมีใดๆ เข้าใบหน้าเพิ่ม

สำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีการรับประทานยาลดน้ำหนัก แม้ว่าวิธีนี้อาจช่วยให้ใบหน้าและร่างกายผอมเพรียวเร็วกว่าวิธีออกกำลังกาย แต่ก็แลกมาด้วยฤทธิ์ยาซึ่งมักส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกลือแร่ในร่างกายเสียสมดุล อาการคาดว่า อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

2. ท่าบริหารบริเวณต้นคอ และคาง

เป็นอีกวิธีลดเหนียงที่สามารถทำได้ตนเอง ออกได้ 3 ท่าได้แก่

  • ท่าบริหารศีรษะ

    เริ่มจากหันศีรษะไปทางซ้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยให้ทำอย่างช้าๆ และนุ่มนวล จากนั้นค่อยๆ หันศีรษะกลับมามองหน้าตรงอีกครั้ง แล้วหันไปศีรษะไปทางขวาอย่างช้าๆ เช่นเดิม

    ทำแบบนี้ประมาณ 10 ครั้ง (ทำครบทั้งซ้าย และขวาจึงจะนับเป็น 1 ครั้ง) ทำอย่างน้อยวันละ 3 เซ็ต จะช่วยให้กล้ามเนื้อ และผิวหนังบริเวณต้นคอ รวมถึงใต้คาง ตึงแข็งแรง

  • ท่าหันเอียงคอไปด้านข้าง

    เริ่มจากยืนตรง ศีรษะหันตรงไปด้านหน้า แล้วค่อยๆ เอียงศีรษะไปด้านซ้ายโดยที่ใบหน้ายังมองตรงไปด้านหน้าอยู่ จากนั้นเอียงศีรษะกลับมาตั้งตรงมองด้านหน้าเช่นเดิม แล้วเอียงไปทางขวาในลักษณะเดียวกัน พยายามอย่าเอียงไปจนใบหูชนถึงไหล่ เพราะนั่นแสดงว่า คุณเอียงคอตึงมากเกินไป

    ลองทำท่าหันเอียงคอประมาณ 5-10 ครั้ง (ทำครบทั้งซ้าย และขวาจึงจะนับเป็น 1 ครั้ง) ทำอย่างน้อยวันละ 3 เซ็ต จะช่วยให้เหนียงใต้ลำคอตึงกระชับขึ้น

  • ท่าหันเอียงคอไปข้างหน้า และข้างหลัง

    เป็นท่าสำหรับป้องกันการเกิดคางสองชั้น รวมถึงเหนียงบริเวณใต้กรามทั้ง 2 ด้านด้วย โดยเริ่มจากยืนตัวตรง ศีรษะตั้งตรงมองไปข้างหน้า เท้าสองข้างวางห่างกันเท่าไหล่

    จากนั้นเอนศีรษะไปด้านบน ตามองเพดาน ลิ้นกดเกร็งขึ้นไปที่เพดานปาก แล้วก้มศีรษะกลับมาหน้าตรงเช่นเดิม จากนั้นโน้มศีรษะไปด้านหน้า ให้คางกดลงกับส่วนอก ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตรงเช่นเดิม

    ลองทำท่านี้ประมาณ 5-10 รอบต่อครั้ง (ทำครบทั้งซ้าย และขวาจึงจะนับเป็น 1 ครั้ง) ทำอย่างน้อยวันละ 3 เซ็ต จะลดโอกาสการเกิดคางสองชั้น และเหนียงบริเวณกรามได้

วิธีลดเหนียงด้วยการแพทย์ และศัลยกรรม

1. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox)

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เป็นการเสริมความงามโดยการฉีดสารโปรตีนซึ่งสร้างจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum)” เพื่อช่วยยกกระชับผิวหนังให้เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์จะยังไม่ได้เห็นผลชัดทันทีที่ฉีดเข้าไป แต่ต้องรอประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั่นคือ กรอบใบหน้าเริ่มชัดขึ้น เหนียงใต้คางเริ่มกระชับกว่าเดิม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำ Thermage วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 970 บาท ลดสูงสุด 90%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

ส่วนข้อด้อยของการฉีดโบท็อกซ์คือ สารโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นหากผู้ใช้บริการต้องการยกกระชับผิวหนังให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง ก็ต้องมาใช้บริการฉีดโบท็อกซ์อีกเรื่อยๆ เพื่อยกกระชับผิวหนังให้กลับมาเต่งตึงอีก

การฉีดโบท็อกซ์จะต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อจะได้รักษาปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด

และการฉีดโบท็อกซ์จะต้องอาศัยการคำนวณปริมาณโบท็อกซ์ที่เหมาะสม ตำแหน่งการฉีดที่ถูกต้องไม่ไปกระทบกับเส้นประสาทสำคัญๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติตามมาได้

นอกจากนี้ยังต้องระวังสารโบท็อกซ์ปลอม หรือสารโบท็อกซ์จากผู้ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานที่สามารถเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในผิวหนังทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้

นอกจากนี้ผู้เข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์บางรายยังอาจพบกับผลข้างเคียงหลังการฉีดโบท็อกซ์ดังนี้

  • อ่อนเพลีย
  • ผิวหนังบวมรอบๆ บริเวณที่ฉีด
  • ปวดศีรษะ
  • เห็นภาพซ้อน
  • ตาแห้ง

2. การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat)

การฉีดเมโสแฟตเป็นการฉีดสารวิตามิน สารเอนไซม์ หรือสารฮอร์โมนเพื่อเข้าไปสลายไขมันบริเวณจุดต่างๆ ของร่างกาย แต่ส่วนที่นิยมฉีดมากที่สุดคือ บริเวณเหนียง

ระยะเวลาการเห็นผลจากการฉีดเมโสแฟตจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากฉีด และสารจะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 2-6 เดือน หลังจากนั้นหากผู้เข้ารับบริการต้องการจะฉีดสารเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันอีก ก็สามารถมาเข้ารับการฉีดกับแพทย์ได้อีกตามความเหมาะสม

นอกจากฉีดเพื่อลดเหนียงแล้ว การฉีดเมโสแฟตยังมีจุดเด่นด้านการลดรอยเซลลูไลท์ และริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้าด้วย แต่ทั้งนี้หากต้องการให้ผลลัพธ์การฉีดเมโสแฟตออกมาชัดเจนที่สุด คุณควรควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันควบคู่กันไปกับการฉีดสารนี้

3. การร้อยไหม (Thread Lifting)

เป็นอีกเทคนิคยอดนิยมที่หลายคนเลือกใช้เพื่อยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย มีไขมันส่วนเกิน ผ่านการใช้เส้นไหมร้อยบริเวณใต้ผิวผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้ผิวหน้าสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ มีการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทำให้ผิวหน้าแต่งตึง ดูเรียวไม่หย่อนตามไขมันส่วนเกิน รวมถึงส่วนเหนียงด้วย

หลังจากผ่านไปประมาณ 2 เดือนหลังจากร้อยไหม ใบหน้าจะกระชับมากขึ้น และจะอยู่ได้ประมาณ 2 ปี จากนั้นไหมจะค่อยๆ สลายหายไปภายในเวลาประมาณ 8 เดือน

จุดด้อยของการร้อยไหมอาจอยู่ที่อายุ และลักษณะใบหน้าของผู้เข้ารับบริการ ที่หากใบหน้าไม่ได้หย่อนคล้อย หรือมีเหนียงบริเวณใบหน้าชัดเจน ก็จะไม่เห็นผลของการปรับรูปใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมมากนัก

การร้อยไหมเหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน หรือมีไขมันส่วนเกินบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากร้อยไหม ผู้เข้ารับบริการไม่ควรทำเลเซอร์ใดๆ บริเวณใบหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และไม่ควรจับ หรือนวดหน้าบริเวณที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน

นอกจากนี้ยังอาจพบอาการผิวบวม มีรอยแดง หรือตุ่มแดงบริเวณที่ร้อยไหมได้ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการแพ้ไหมละลาย เสี่ยงที่จะติดเชื้อใต้ผิวหนังได้ และควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษาอาการติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้การติดเชื้อลุกลามมากไปกว่าเดิม

4. ทำเทอร์มาจ (Thermarge)

การทำเทอร์มาจ เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังยกกระชับ ไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าเต่งตึงเข้ารูปขึ้นกว่าเดิม เช่น แก้ม เหนียง

การทำเทอร์มาจเป็นวิธีการลดเหนียงที่มีจุดเด่นคือ ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ ระคายเคือง หรือแสบผิวใดๆ ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ ทั้งยังช่วยยกกระชับส่วนอื่นๆ ของใบหน้านอกจากบริเวณส่วนเกินด้วย เช่น รอบๆ ดวงตา หน้าผาก หรือจะทำบริเวณส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็ได้

ผลข้างเคียงหลังจากทำเทอร์มาจอาจทำให้ผิวหนังไหม้ หากใช้คลื่นความถี่แรงเกินไป รวมถึงทำให้เกิดอาการผิวหนังบวมแดง มีอาการชาบริเวณที่ยิงพลังงาน

5. ทำไฮฟู่ (HIFU facial)

การทำไฮฟู่คือ การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อทำลายเนื้อเยื่อชั้นระดับลึก ทำให้ชั้นผิวหนังดังกล่าวหดตัว และมีการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้นมาใหม่ จึงทำให้ผิวหน้ากระชับกว่าเดิม เหนียงใต้คางไม่หย่อนยานจนเห็นชัด ทั้งยังลดคางสองชั้น และริ้วรอยแห่งวัยได้

จุดเด่นในการทำไฮฟู่จะคล้ายกับการทำเทอร์มาจคือ ไม่ทำให้รู้สึกระคายเคือง หรือแสบร้อน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังด้วย ซึ่งหากต้องใช้พลังงานสูง แพทย์จะมีการให้ยาชาเพื่อลดอาการแสบร้อนระหว่างทำ

หลังจากทำไฮฟู่แล้ว ผู้เข้ารับบริการอาจมีอาการผิวหนังบวม มีรอยช้ำ หรือผื่นแดงขึ้นบริเวณที่ฉีดได้ แต่โดยปกติอาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน ส่วนการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อทำไฮฟู่เสร็จ ผู้เข้าบริการสามารถใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องมีการพักฟื้นใดๆ

ข้อควรระวังในการลดน้ำหนักด้วยการแพทย์ และศัลยกรรม

ข้อควรระวังในรับบริการเสริมความงามเพื่อลดเหนียงอย่างการฉีดโบท็อกซ์ การทำไฮฟู่ การฉีดเมโสแฟต การทำเทอร์มาจ ได้แก่

  • ควรรับบริการผ่านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงคลินิก และโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อความแม่นยำในการรักษาไขมันส่วนเกินได้ตรงจุด ถูกสุขอนามัย และยังใช้สารที่ปลอดภัย มีเครื่องยิงคลื่นความถี่ และอัลตราซาวด์ที่ได้มาตรฐาน

  • ไตร่ตรองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายกับบริการที่ได้รับให้ดีว่า ควรลดเหนียงด้วยวิธีไหนจึงจะเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด คุณควรปรึกษาวิธีลดเหนียงกับแพทย์อย่างละเอียดก่อนลงมือทำ เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป และได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการที่สุด

  • ดูแลตนเองให้เหมาะสมหลังเข้ารับบริการแล้ว โดยวิธีการลดเหนียงแต่ละแบบก็จะมีวิธีดูแลตนเองหลังทำแตกต่างกันไป แต่โดยหลักๆ จะไม่ให้ออกกำลังกายหนักๆ ในช่วงแรก งดสูบบุหรี่ และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 สัปดาห์ ไม่ออกไปในที่แดดจ้าประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่นวด หรือถูใบหน้าแรงๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะลดเหนียงด้วยวิธีการฉีดสาร หรือยิงพลังงานใดๆ เข้าไปใต้ผิวหนัง สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไขมันส่วนเกินบนใบหน้าหายออกไปได้อย่างยั่งยืน และยังประหยัดเงิน ก็คือ

  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่รับประทานอาหารที่มีน้ำตาล หรือไขมันสูงมากเกินไป และเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร รวมถึงวิตามินบำรุงผิวหนังเพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ปริมาณไขมันในร่างกายอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

หากทำกิจกรรม 2 อย่างนี้ควบคู่กันไปกับการรับบริการเสริมความงามอื่นๆ ก็จะยิ่งช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับใบหน้าของคุณมากขึ้น

หรือไม่แน่ว่า คุณอาจไม่ต้องไปฉีดสาร หรือยิงพลังงานใดๆ เข้าผิวหนัง เพียงแค่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับออกกำลังกาย เพียงเท่านี้เหนียงใต้คางของคุณก็จะมีโอกาสกระชับตัวขึ้น และหายไปเองก็ได้

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจทำ Thermage จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


8 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Thermage, What Is Thermage? (https://www.thermage.com/#what-is-thermage), 31 August 2020.
Cynthia Cobb, Can High-Intensity Focused Ultrasound Treatment Replace Face Lifts? (https://www.healthline.com/health/hifu-for-face), 31 August 2020.
Cynthia Cobb, What is Mesotheraphy (https://www.healthline.com/health/mesotherapy), 31 August 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
Thermage CPT เทคโนโลยีกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)
Thermage CPT เทคโนโลยีกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF)

กระชับผิวและลบเรือนริ้วรอย ไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมด้วย Thermage CPT

อ่านเพิ่ม
การทำ Thermage FLX คืออะไร ต่างจาก Thermage CPT อย่างไร?
การทำ Thermage FLX คืออะไร ต่างจาก Thermage CPT อย่างไร?

เทคโนโลยีล่าสุดในการยกกระชับผิวและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องพักฟื้นผิวด้วย Thermage FLX

อ่านเพิ่ม